เช็กการ์ดจอ ตรวจดูขนาด Memory ใน Windows 10 ทำวิธีไหนได้บ้าง

เช็กการ์ดจอ

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวันนี้การ์ดจอ (Video card) เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่สำคัญในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊คก็ตาม จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่เพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลด้านกราฟิกที่จะแสดงภาพออกมาผ่านจอคอมให้เราเห็น ซึ่งนอกจากจะมีแบบ On-Board ที่ติดมากับเมนบอร์ดแล้ว ก็ยังมีการ์ดจอแยกที่สามารถซื้อหามาติดตั้งเพิ่มเข้าไปเพื่อประสิทธิภาพในการประมวลผลด้านภาพที่เพิ่มขึ้นได้ด้วย แต่ไม่ว่าจะใช้งานแบบไหนสิ่งที่เราควรจะต้องตรวจสอบดูสม่ำเสมอก็คือขนาด Memory ของการ์ดจอหรืออาจจะเรียกอีกอย่างได้ว่า Ram การ์ดจอ เพื่อจะได้รู้ประสิทธิภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์ และจะได้รู้ว่าการใช้งานของเราหนักเกินไปหรือไม่ ครั้งนี้เราจึงขอนำวิธีเช็คการ์ดจอในส่วนของขนาด Memory บน Windows 10 มาฝากกัน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

เช็กการ์ดจอดูขนาด Memory ผ่าน Settings

การเช็ค Memory การ์ดจอผ่าน Settings ของ Windows 10 นั้น สามารถเช็คได้ทั้งแบบ On-Board และแบบการ์ดจอแยก ซึ่งอาจจะมีขั้นตอนแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ Windows แต่ละเวอร์ชัน ดังนี้

Windows 10 เวอร์ชัน 1803 ขึ้นไป

1.        เริ่มต้นให้คลิกไปที่ Start จากนั้นไปที่ Settings (ตั้งค่า)

2.        คลิกไปที่ System และเลือก Display (จอแสดงผล)

3.        ที่หน้าต่าง Display ให้คลิกต่อไปที่ Advanced display settings (ตั้งค่าการแสดงผลขั้นสูง)

4.        ที่ส่วน Advanced display settings ให้คลิกต่อไปที่ Display adapter properties for Display 1 (คุณสมบัติอะแดปเตอร์การแสดงผลสำหรับจอแสดงผล 1)

5.        จะปรากฏหน้าต่างคุณสมบัติของการ์ดจอขึ้นมา ซึ่งในส่วนของขนาด Memory สามารถดูได้ในส่วนของ Dedicated Video Memory

Windows 10 เวอร์ชัน 1709 หรือต่ำกว่า

1.        คลิกไปที่ Start จากนั้นไปที่ Settings

2.        คลิกไปที่ System และเลือก Display

3.        หน้าต่าง Display ให้คลิกต่อไปที่ Display adapter properties ก็จะสามารถเข้าดูในส่วนของ Memory การ์ดจอได้

ดูขนาด Memory การ์ดจอผ่าน System Information

อีกหนึ่งวิธีดูการ์ดจอในส่วนของ Memory ที่สามารถทำได้บน Windows 10 ทุกเวอร์ชัน สามารถเช็ครายละเอียดได้ทั้งการ์ดจอ On-Board และแบบการ์ดจอแยก แต่แนะนำให้ใช้ตรวจสอบเฉพาะการ์ดจอแยกจะดีกว่า เพราะเวลาตรวจสอบการ์ดจอ On-Board ค่าที่แสดงออกมามักไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1.        ไปที่ปุ่มแว่นขยาย แล้วพิมพ์คำว่า “msinfo32” ก็จะปรากฏข้อความ System Information (ข้อมูลระบบ) ขึ้นมา ให้คลิกเลือก

2.        ที่หน้าต่าง System Information คลิก Components เพื่อขยายตัวเลือกออกมา จากนั้นคลิก Display (จอแสดงผล)

3.        ที่คอลัมน์ Item ก็จะปรากฏรายละเอียดของการ์ดจอแยกที่เราติดตั้งขึ้นมา โดยการเช็คขนาด Memory ให้ดูที่หัวข้อ Adapter RAM (หน่วยความจำของการ์ด)

เช็กการ์ดจอดูขนาด Memory ผ่าน CPU-Z

CPU-Z เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ตรวจสอบรายละเอียดของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่ได้มาพร้อม Windows เราต้องติดตั้งเพิ่มเข้าไป แต่โปรแกรมนี้สามารถติดตั้งบน Windows 10 ได้ทุกเวอร์ชัน และวิธีการใช้โปรแกรมตตรวจสอบแบบนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งขั้นตอนก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เปิดโปรแกรมขึ้นมา ตัวโปรแกรมก็จะทำการสรุปรายละเอียดของอุปกรณ์ส่วนต่าง ๆ รวมถึงบอกจำนวน Memory การ์ดจอไว้อย่างเรียบร้อยด้วย โดยรายละเอียดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ส่วนต่างจะมีการแบ่งแยกออกมาเป็นแท็บ ในส่วนของการ์ดจอก็จะอยู่ที่แท็บ Graphics ซึ่ง CPU-Z ก็มีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ ๆ ออกมาให้สอดรับกับ Windows 10 เวอร์ชันใหม่ ๆ อยู่เสมอด้วย

เหล่านี้คือวิธีเช็คการ์ดจอเพื่อตรวจดูเรื่องจำนวน Memory ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นไม่น้อย เพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบได้ว่าประสิทธิภาพการ์ดจอคอมพิวเตอร์ของเราเป็นอย่างไร แรงพอหรือไม่ที่จะใช้กับงานกราฟิกหนัก ๆ อย่างการเล่นเกม หรือ การใช้สำหรับขุดเงินดิจิทัล เพราะยิ่งมีจำนวน Memory มากการใช้งานก็จะครอบคลุม การส่งผ่านข้อมูลก็จะทำได้รวดเร็วมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันราคาก็จะสูงขึ้นด้วย การรู้ข้อมูลตรงนี้จึงดีต่อการใช้งานของเรานั่นเอง เพราะหากไม่รู้เกิดใช้งานหนักเกินไป อาจทำให้การ์ดจอเสื่อมเร็วหรืออาจจะพังไปเลยก็ได้ ตรวจสอบเรื่องนี้ไว้จึงปลอดภัยกว่านั่นเอง

 ช้อป 8.8 Home & Living Sale รับโค้ดส่วนลดสูงสูง 888 บาท! พร้อมคอลเลคชั่น Shopee 9 บาททุกชิ้น ทุกวัน ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดสุดปัง 88%! ช้อปเท่าไหร่ก็ส่งฟรีทั่วประเทศ เริ่ม 24 กรกฎาคม – 8 สิงหาคมนี้!

เพลิดเพลินกับหลากหลายโปรโมชั่นตลอดแคมเปญ 8.8 สินค้า Home & Living แบรนด์ดังลดสูงสุด 50% ทุกวันกับ Million Brand Discount Crazy Price Drop และยังช้อปคุ้มๆ กับคอลเลคชั่นสินค้าราคา 9 บาททุกชิ้นได้ทุกวันในเวลา 9 โมงเช้าและ 3 ทุ่ม ช้อปปั๊ปรับ Coin Cashback สุดอลังสูงสุด 88%! ห้ามพลาด Shopee เกมเศรษฐีแจกกว่า 8,888,888 THB ยิ่งเล่นยิ่งคุ้ม!

Tags:

Related Post

รถไฟฟ้า ราคา ถูก

ทำความรู้จักกับรถยนต์ EV (Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้าทำความรู้จักกับรถยนต์ EV (Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้า

       สำหรับโลกของเราที่ตกอยู่ในสภาวะโลกร้อน รถยนต์ไฟฟ้าคือคำตอบที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับการลดมลภาวะของโลก เพราะไม่มีการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ก่อให้เกิดไอเสียและมลภาวะทางอากาศที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อน ทำให้ปัจจุบันรถพลังงงานไฟฟ้ากำลังได้ความสนใจเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ นอกจากในหมู่ผู้ผลิตแล้ว ในแวดวงผู้ใช้รถใช้ถนนก็ยังให้ความสนใจกับรถยนต์ รถประจำทาง รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน           รถยนต์ EV (Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้า หรือรถพลังงานไฟฟ้า เกิดจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี จึงทำให้รถยนต์ชนิดนี้ใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยรถยนต์ไฟฟ้านี้จะมีองค์ประกอบหลักสำหรับการขับเคลื่อนคือ แบตเตอรี่ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ไฟฟ้า รถไฟฟ้าจะสามารถชาร์จไฟได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อแบตเตอรี่หมด

ของเล่นสำหรับเด็ก 3 ขวบขึ้นไป

เตรียมพร้อมก่อนเรียน ของเล่นแบบไหนเหมาสำหรับเด็ก 3 ขวบเตรียมพร้อมก่อนเรียน ของเล่นแบบไหนเหมาสำหรับเด็ก 3 ขวบ

ในช่วงก่อนที่จะเข้าเรียนหรือช่วง 3 ขวบ หรือ ช่วงก่อนที่จะเข้าเรียนนั้นค่อนข้างเป็นช่วงสำคัญด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยในช่วงนี้จะมีพัฒนาการที่ค่อนข้างมาก และ รวดเร็ว เพราะก่อนที่จะเข้าโรงเรียนนั้นในช่วง 3 ขวบ เป็นช่วงที่เด็กนั้นพัฒนาและ เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจนตัวเด็ก 3 ขวบกันครับ ว่ามีพัฒนนาการอย่างไร และ ควรจะหาของเล่นสำหรับเด็ก 3 ขวบขึ้นไป นั้นเป็นของเล่นแนวไหน การพัฒนาของเด็ก 3 ขวบ                 ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่าในการพัฒนาของเด็ก 3 ขวบนั้นมีอะไรบ้าง ?

ชิปปิ้งจีน

วิธีการคำนวณชิปปิ้งจากจีนควรคำนวณอย่างไรวิธีการคำนวณชิปปิ้งจากจีนควรคำนวณอย่างไร

-ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวขอใครเลยหลายคนเพราะว่าหลายคนนั้นอาจจะเป็นคนที่ไม่ชอบตัวเลข หรืออาจจะไม่เข้าใจวิธีการคำนวนของมันทำให้กลายเป็นเรื่องยากแต่แท้จริงแล้ววิธีการคำนวนชิปปิ้งนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่ายถ้าเกิดเรารู้หลักการของการคำนวนวันนี้เราจะพาไปดูวิธีการคำนวนชิปปิ้งจีนคนคำนวนอย่างไรจะเป็นอย่างไรบ้างไปลองดูกันได้เลย การคำนวณ -โดยปกติแล้วชิปปิ้งจีนจะทำการคำนวณสองแบบหลักๆเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการขนส่งของสินค้าของเราโดยชิปปิ้งจีนนั้นจะเลือกคำนวณทั้งสองแบบจากนั้นชิปปิ้งจีนก็จะเลือกราคาที่แพงระหว่างสองแบบนี้มาเป็นค่าขนส่งเราโดยชิปปิ้งจีนนั้นจะมีการคำนวณแบบแรกก็คือคิดจากน้ำหนักสินค้าของเราส่วนอีกแบบนึงคือการคิดแบบเป็นลูกบาศก์เมตรซึ่งหลายหลายคนอาจจะคุ้นชินกับการคำนวณแบบน้ำหนักเพราะว่าเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปแม้แต่ในการจัดส่งแบบบ้านเราก็นิยมใช้การคำนวณแบบน้ำหนักเพราะเป็นเรื่องง่ายไม่ใช่เรื่องยากแค่นำน้ำหนักเอามาช่างจากนั้นคูณกับราคากลางที่ละบริษัทนั้นได้ตั้งไว้ ซึ่งแต่ละที่นั้นก็มีราคาที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่นชิปปิ้งบริษัทหนึ่งได้ทำการมีเรทราคาการส่งตามน้ำหนักโดย 15 กิโลกรัมจะมีค่าขนส่งอยู่ที่ 2000 บาทเท่ากับว่าถ้าเกิดสินค้าเราถึง 15 กิโลกรัมก็จะมีราคาค่าขนส่งอยู่ที่ 2000 บาทแต่การคำนวนอีกแบบนึงนั้นเป็นการคำนวณที่ยากเลยเข้าใจได้ยากมากๆถ้าเกิดเราไม่ได้ศึกษาดีดีก่อนเพราะการคำนวณแบบลูกบากเมตรนั้นจะมีตัวย่อว่าคิวหรือถ้าเกิดพูดตามภาษาปาก ก็คือการคำนวณแบบคิวซึ่งอาจจะทำให้เราสับสนก็ได้เพราะจริงๆแล้วมันคือการคำนวณแบบลูกบาศก์เมตรโดยวิธีการคำนวณแบบลูกบาศก์เมตรก็คือจะมีการวัดขนาดกล่องก่อนโดยจะวัดขนาดกล่องทั้งสามด้านคือกว้างคูณยาวคูณสูงหารด้วย 1,000,000จะเท่ากับปริมาณคิวหลังจากนั้นจะนำปริมาณคิวไปเปรียบเทียบเรทราคาที่ได้ตั้งเอาไว้ นั่นเอง โดยเรานั้นสามารถหาดูราคาต่างๆได้ตามเว็บ โดยเว็บส่วนใหญ่เเล้วปกติจะมีใบราคาเเสดง จำนวนราคาไว้อยู่โดยส่วนใหญ่จะคิดแบบเป็นโลเช่น12โล2500 เราสามารถดูราคาเองได้เลย ทางที่เราเลือก -การคำนวณทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปแต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ทั้งหมดก็คือเราต้องมานั่งเทียบราคาของค่าขนส่งในแต่ละที่เพื่อเชื่อได้ให้เกิดความคุ้มค่าของเรามากที่สุดเพราะยิ่งต้นทุนน้อยเท่าไหร่เราก็ยิ่งขายได้ถูกเท่านั้นและทำให้ผู้คนต่างซื้อสินค้าของเรา